เด็กไทยเข้าใจวิทยาศาสตร์แค่ไหน?
เราทราบกันแล้วว่านักเรียนไทยใช้เวลาเรียนในห้องเรียน (ไม่นับเรียนพิเศษ) มากที่สุดติดอันดับโลก แล้วเด็กไทยเข้าใจวิทยาศาสตร์แค่ไหนเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ?
แม้ว่าการวัดความเข้าใจนี้ยากที่จะทำได้อย่างเป็นมาตรฐานเดียวกัน องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development หรือ OECD) ได้จัดการทดสอบความรู้ขึ้นสำหรับนักเรียนทั่วโลกที่รู้จักกันในชื่อ Programme for International Student Assessment หรือ PISA[1, 2]
ข้อสอบ PISA ถูกออกแบบมาเพื่อวัดความรู้พื้นฐาน 3 ด้านคือ ทักษะการอ่าน คณิตศาสตร์ และ วิทยาศาสตร์ โดยจะทดสอบกับนักเรียนอายุ 15 ปีและจัดสอบทุก 3 ปี ข้อสอบ PISA จะได้รับการแปลเป็นภาษาของแต่ละประเทศ โดยหน่วยงานที่เป็นตัวแทนโครงการ PISA ของประเทศไทยคือ สสวท.[3] ผู้เขียนตำราเรียนวิทยาศาสตร์ให้เราท่านนั่นเอง
จากการการทดสอบ PISA ครั้งล่าสุดในปี 2009 ทดสอบกับนักเรียน 470,000 คน ได้ผลคะแนนที่น่าสนใจดังนี้ [4]
| จีน (เฉพาะนครเซี่ยงไฮ้) | 575 คะแนน |
| สิงคโปร์ | 542 คะแนน |
| ญี่ปุ่น | 539 คะแนน |
| เกาหลีใต้ | 538 คะแนน |
| เยอรมนี | 520 คะแนน |
| มาเก๊า | 515 คะแนน |
| โครเอเชีย | 486 คะแนน |
| ชิลี | 447 คะแนน |
| ไทย | 425 คะแนน |
| โคลอมเบีย | 402 คะแนน |
สสวท. ชี้แจงว่าเหตุที่นักเรียนไทยได้คะแนนน้อยเป็นเพราะ “การขาดแคลนครูที่มีคุณวุฒิ ไทยขาดแคลนครูเพิ่มทุกวิชา การกวดวิชานอกโรงเรียนส่งผลทางลบต่อคุณภาพการเรียนรู้ ทำให้การคิดวิเคราะห์ของนักเรียนมีคะแนนลดลง และการใช้ ICT ที่ไม่ส่งเสริมการเรียนรู้ นักเรียนที่ใช้ ICT มากที่สุดไม่ได้มีคะแนนสูงอย่างที่คาดไว้”[5]
สรุปว่าเด็กไทยเรียนหนักที่สุดในโลก แต่ … ?
