ดังที่เคยนำเสนอข้อมูลไปแล้วว่า อินเตอร์เนตในประเทศไทยนั้นถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่ ไม่เสรี (Not Free) [1] ล่าสุดองค์กรนักข่าวไร้พรมแดน (Reporters without Borders) ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่รณรงค์เรื่องเสรีภาพการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารทางอินเตอร์เนตได้เผยแพร่รายงาน ศัตรูของอินเตอร์เนต (Enemies of the internet) พบว่า [2]
กลุ่มประเทศที่ถูกจัดให้เป็น “ศัตรูของอินเตอร์เนต” ได้แก่ — บาห์เรน, เบลารุส, พม่า, จีน, คิวบา, อิหร่าน, เกาหลีเหนือ, ซาอุดีอาระเบีย, ซีเรีย, เติร์กเมนิสถาน, อุซเบกิซสถาน, เวียดนาม
กลุ่มประเทศที่ “อินเตอร์เนตถูกสอดส่อง” (Under Surveillance) ได้แก่ — ออสเตรเลีย อิยิปต์ เอริเทรีย ฝรั่งเศส อินเดีย คาซัคสถาน มาเลเซีย รัสเซีย เกาหลีใต้ ศรีลังกา ไทย ตูนิเซีย ตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
อ่านรายละเอียดคำอธิบายของประเทศอื่นๆได้ที่รายงานฉบับเต็ม [3]
โดยรายงานระบุว่า สาเหตุที่ไทยติดอันดับประเทศที่ “อินเตอร์เนตถูกสอดส่อง” เป็นเพราะแนวนโยบายของรัฐบาลที่เข้มงวดมากขึ้นกับการปิดเว็บไซต์ โดยเพียง 3 เดือนแรกของการเริ่มงาน รัฐบาลปิดเว็บไซต์ไปทั้งสิ้น 6 หมื่นเว็บ ซึ่งเพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับ 7 หมื่นเว็บที่ถูกปิดไปในช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมา นอกจากนั้นรัฐบาลไทยยังแสดงเจตจำนงที่จะใช้บริการ “เซ็นเซอร์ทวิตเตอร์” เป็นรายแรกของโลก (อ่านรายงานฉบับเต็มเกี่ยวกับประเทศไทยได้ที่ [4])
สิ่งที่น่าสนใจคือ รายงานระบุด้วยว่าหากทิศทางด้านนโยบายอินเตอร์เนตยังเป็นอยู่เช่นนี้ มีโอกาสสูงที่ในปีหน้า พม่า จะหลุดออกจากกลุ่มศัตรูของอินเตอร์เนต ขณะที่ไทยจะสวนกลับขึ้นไปติดกลุ่มข้างต้น เนื่องจากขณะนี้พม่าผ่อนปรนนโยบายจับกุมนักข่าวหรือบล็อกเกอร์ลงมาก ขณะที่ไทยมีแนวโน้มในทางตรงกันข้าม [4]
